5 วิธีบำรุงรักษาเครื่องบรรจุภัณฑ์แนวตั้ง ให้พร้อมใช้งานเสมอ
เครื่องบรรจุภัณฑ์แนวตั้งคือหัวใจสำคัญของสายการผลิตในหลายธุรกิจ เป็นการลงทุนที่ต้องให้ความสำคัญและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี วันนี้ Interpacking ขอนำเสนอ 5 วิธีการบำรุงรักษาเบื้องต้นที่ผู้ใช้งานสามารถทำได้เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องจักรของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไปอีกนานแสนนาน
1. หมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ (Cleanliness is Key)
ทำไมจึงสำคัญ: เศษผงจากผลิตภัณฑ์ ฝุ่นละออง หรือคราบต่างๆ ที่สะสมอยู่บนเครื่องจักร อาจเข้าไปติดขัดในกลไกการทำงาน ทำให้เซ็นเซอร์ทำงานผิดพลาด และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ได้
สิ่งที่ควรทำ:
- หลังเลิกใช้งานทุกวัน: ใช้ลมเป่าเพื่อกำจัดเศษผงออกจากบริเวณชุดซีล, สายพานดึงฟิล์ม, และรางลำเลียง
- ทำความสะอาดชุดคอซอง (Forming Tube): ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดเกรดอาหาร (Food Grade) เช็ดคราบสกปรกออก เพื่อให้ฟิล์มไหลลื่น ไม่สะดุด
- เช็ดทำความสะอาดหน้าจอควบคุมและตัวเครื่องภายนอก: เพื่อให้เครื่องดูใหม่อยู่เสมอและง่ายต่อการสังเกตความผิดปกติ
ความถี่ที่แนะนำ: ควรทำความสะอาดเบื้องต้นทุกวันหลังเลิกใช้งาน และทำความสะอาดใหญ่ประจำสัปดาห์
2. หล่อลื่นจุดเคลื่อนที่อย่างสม่ำเสมอ (Regular Lubrication)
ทำไมจึงสำคัญ: ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว เช่น ลูกปืน, โซ่, หรือข้อต่อต่างๆ หากขาดการหล่อลื่นจะเกิดการเสียดสีที่รุนแรง ทำให้เกิดการสึกหรอก่อนเวลาอันควร และอาจทำให้มอเตอร์ทำงานหนักเกินความจำเป็น
สิ่งที่ควรทำ:
- ระบุจุดที่ต้องการการหล่อลื่น: ศึกษาจากคู่มือของเครื่องจักรว่ามีจุดไหนบ้างที่ต้องหยอดน้ำมันหล่อลื่นหรือทาจาระบี
- เลือกสารหล่อลื่นให้เหมาะสม: ควรใช้สารหล่อลื่นเกรดอาหาร (Food Grade) สำหรับเครื่องจักรที่สัมผัสกับบรรจุภัณฑ์โดยตรง
- หล่อลื่นในปริมาณที่พอเหมาะ: การใส่สารหล่อลื่นมากเกินไปอาจทำให้ฝุ่นมาเกาะและจับตัวเป็นก้อนได้
ความถี่ที่แนะนำ: ประจำสัปดาห์ หรือตามที่คู่มือกำหนด
3. ตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลือง (Inspect & Replace Wear Parts)
ทำไมจึงสำคัญ: เครื่องจักรมีชิ้นส่วนที่ออกแบบมาให้สึกหรอและต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน (Wear & Tear Parts) การปล่อยให้ชิ้นส่วนเหล่านี้เสื่อมสภาพจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการผลิต เช่น ซีลรั่ว, ตัดซองไม่ขาด
สิ่งที่ควรทำ:
- ผ้าเทฟลอน (Teflon Tape) ที่ชุดซีล: ตรวจสอบว่าผ้าเทฟลอนมีรอยไหม้หรือฉีกขาดหรือไม่ เพราะจะทำให้ซีลไม่สวยและพลาสติกติดฮีตเตอร์
- ใบมีดตัดซอง (Cutting Blade): เช็คความคมของใบมีด หากเริ่มตัดไม่ขาดหรือรอยตัดไม่เรียบควรเปลี่ยนทันที
- สายพานดึงฟิล์ม (Pulling Belts): ตรวจสอบรอยแตกหรือความตึงของสายพาน หากสายพานหย่อนจะดึงฟิล์มได้ไม่แม่นยำ
ความถี่ที่แนะนำ: ตรวจสอบด้วยสายตาทุกสัปดาห์ และเตรียมอะไหล่สำรองไว้เสมอ
4. เช็คระบบลมและสายไฟ (Check Pneumatics & Electricals)
ทำไมจึงสำคัญ: ระบบลมและไฟฟ้าเป็นเหมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องจักร การรั่วซึมของลมหรือสายไฟที่หลวมอาจทำให้เครื่องทำงานผิดพลาด ไม่เต็มประสิทธิภาพ และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
สิ่งที่ควรทำ:
- สายลม: ตรวจสอบสายลมว่ามีรอยแตก รั่ว หรือพับงอหรือไม่ และเช็คข้อต่อต่างๆ ว่าแน่นดีไม่มีลมรั่วซึม
- เกจวัดแรงดันลม: ตรวจสอบว่าแรงดันลมอยู่ในระดับที่เครื่องจักรกำหนดไว้หรือไม่
- สายไฟและเซ็นเซอร์: ดูด้วยสายตาว่ามีสายไฟเส้นไหนเปื่อย, ขาด, หรือหลุดออกจากขั้วต่อหรือไม่ ตรวจสอบว่าเซ็นเซอร์ต่างๆ สะอาดและไม่มีฝุ่นบัง
ความถี่ที่แนะนำ: ตรวจสอบด้วยสายตาทุกวันก่อนเริ่มงาน
5. ตรวจสอบความแม่นยำของการตั้งค่า (Verify Key Settings)
ทำไมจึงสำคัญ: บางครั้งการตั้งค่าอาจคลาดเคลื่อนไปจากการใช้งานประจำวัน ส่งผลให้ความยาวซองผิดเพี้ยน, พิมพ์ลายไม่ตรงตำแหน่ง, หรืออุณหภูมิซีลไม่ถูกต้อง
สิ่งที่ควรทำ:
- ตำแหน่งมาร์คเซ็นเซอร์ (Eye Mark Sensor): ตรวจสอบว่าเซ็นเซอร์ยังคงจับตำแหน่งมาร์คบนม้วนฟิล์มได้อย่างแม่นยำหรือไม่
- อุณหภูมิของชุดซีล (Sealing Temperature): เช็คค่าอุณหภูมิที่หน้าจอว่าตรงกับค่ามาตรฐานของฟิล์มที่ใช้อยู่หรือไม่
- ความยาวซอง (Bag Length): ทดลองเดินเครื่องเปล่า 1-2 ซองเพื่อวัดดูว่าความยาวที่ได้ยังคงถูกต้องตามที่ตั้งค่าไว้
ความถี่ที่แนะนำ: ประจำสัปดาห์ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนม้วนฟิล์มใหม่
บทสรุป
การสละเวลาเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันและแต่ละสัปดาห์เพื่อดูแลรักษาเครื่องบรรจุภัณฑ์แนวตั้งของคุณ จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในระยะยาวได้อย่างแน่นอน เพราะเครื่องจักรที่สมบูรณ์คือหลักประกันของสายการผลิตที่ราบรื่นและสินค้าที่มีคุณภาพ
หากท่านต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม, สนใจบริการตรวจเช็คสภาพเครื่องจักรโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ หรือต้องการสั่งซื้ออะไหล่สิ้นเปลืองคุณภาพสูง สามารถติดต่อฝ่ายบริการหลังการขายของ Interpacking ได้ที่ 081-672-1913 หรือ salesinter1@hotmail.com เราพร้อมดูแลเครื่องจักรของคุณให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพสูงสุด